ธุรกิจใดบ้างที่ใช้ระบบ ERP

ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้ ERP ในต่างประเทศ

บริษัท UC เป็นบริษัทผลิตและประกอบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มีโรงงานแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา มีพนักงานทั้งสิ้น 800 คน และมียอดขายต่อปีประมาณ สองพันล้านเหรียญตอนที่อาจารย์ McAfee ไปศึกษาสินค้าของบริษัทมีหลากหลาย ทั้งที่เป็น Logic Devices, Memory, Mass Storage, ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ประยุกต์, อุปกรณ์ Networking และ Input/Output รวมทั้งตู้เหล็กและตู้พลาสติก และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ซื้อจาก Supplier ต่างๆ UC มีสินค้าหลักอยู่ 4 ประเภท ใหญ่ๆ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ถูกจนแพง ขึ้นอยู่ขีดความสามารถในการประมวลผลของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่เป็น สินค้าผลิตตามสั่ง (Make-to-Order Products) เท่านั้น
          ในแต่ละเดือน UC จัดส่งประมารณ 8000-10000 คำสั่งลูกค้า (Customer Order) และคำสั่งส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) เป็นสินค้าที่บริษัทไม่ได้ผลิตเอง แต่จะเป็นคำสั่งสินค้าปรับปรุง (Upgrades) หรือเพิ่มเติม (Additions) หรือทดแทน (Replacement) ประเภทอุปกรณ์ Networking และ Input/Output, หน่วยความจำ,และสินค้าอื่นๆ ซึ่งบริษัทมีสินค้าสต๊อกเก็บ
ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 บริษัท UC เริ่มมีความไม่พอใจในระบบสารสนเทศที่บริษัทใช้ในการจัดการระบบการผลิตและกระจายสินค้า ระดับดังกล่าวประกอบด้วยระบบย่อยประมาณ 40-ระบบเชื่อมต่อกันและการเชื่อมข้อมูลเป็นระบบแบ็ช (Batch) โดยที่ไม่สามารถเชื่อมข้อมูลแบบทันทีทันใดได้ นอกจากนี้บริษัทยังมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและมีความซ้ำซ้อน ผู้บริหารไม่สามารถได้ข้อมูลแบบ Real Time เกี่ยวกับข้อมูล พื้นฐาน เช่น ระดับสินค้าคงคลัง เป็นต้น ความไม่มีประสิทธิภาพของระบบบั่นทอนความสามารถของบริษัทใมนการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้องและทันเวลาโดยมีต้นทุนต่ำ

ในปี 1993 บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนใช้ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ใหม่ซึ่งไปทดแทนประมาณ 75 % ของระบบเก่า โดยที่ระบบใหม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลของการวางแผน การจัดการคำสั่งลูกค้า การจัดซื้อ และการผลิต ได้ดีขึ้น เป้าหมายเดิมของการขึ้นระบบได้มีการกำหนดว่า จะเป็นเดือนมีนาคม 1997 แต่ก็ต้องถูกเลื่อนไป 2-ครั้งจากปัญหาทางเทคนิค-จนกระทั่งขึ้นได้ในเดือนกันยายน 1997 และในการขึ้นระบบนี้ใช้วิธีแบบขึ้นทีเดียวเบ็ดเสร็จ โดยมีการปิดการปฏิบัติการ 10 วัน มีการโอนถ่ายข้อมูลเข้าระบบใหม่และมีการนับสต๊อกในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งนับว่าเป็นวิธีการที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากที่เดียว
บริษัทมีการวัดสมรรถนะของการปฏิบัติงานในหลายมิติ แต่ที่สามารถวัดได้เป็นตัวเลขมีอยู่ 2 มิติ คือ
1. สัดส่วนของคำสั่งลูกค้าที่ส่งได้ทันกำหนด
2.เวลานำส่ง (Lead Time) หรือเวลาส่งมอบคำสั่งสินค้า ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาระหว่างที่รับคำสั่งและวันที่ส่งสินค้า

นอกจากบริษัท UC แล้วยังมี บริษัท  Mini Gears ที่นำ ERP เข้าไปใช้ในธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ

http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=JszfJaRWqtg

 

 

ตัวอย่างบริษัทที่ใช้ERPในประเทศไทย

 ตัวอย่างบริษัทที่ใช้ERPในประเทศไทย

ttis

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) สำหรับบริษัท ไทยแลนด์ เทรดดิ้ง อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด (TTIS ธุรกิจเกี่ยวกับธุรกิจสิ่งพิมพ์โดยมุ่งเน้นทางด้านสิ่งทอเป็นหลัก ระบบเก่า ของบริษัทฯ มีปัญหาค่อนข้างมาก เช่น ปัญหาเรื่องการเก็บข้อมูลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความซับซ้อนของ โปรแกรม ความซับซ้อนของข้อมูล ได้ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ของระบบและทำการสร้างระบบขึ้นมาใหม่เพื่อให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นและยังเป็นการช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

บริษัท ไทยแลนด์ เทรดดิ้ง อินฟอเมชั่น เซอร์วิส จำกัด (TTIS) เป็นบริษัทที่รับทำสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ซึ่งในปัจจุบัน ทางบริษัทฯได้มีการขยายระบบและการพัฒนาองค์กรในต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นผลทำให้ระบบเดิมที่ทางบริษัทฯ ใช้ในการจัดการองค์กรนั้นมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอกับการขยายงาน จึงทำให้เกิดปัญหาหลายๆ ด้านตามมา ได้แก่

1. เกิดการซ้ำซ้อนของการจัดเก็บข้อมูลในระบบ ซึ่งปัญหานี้เป็นผลพวงมาจากการออกแบบระบบเดิมนั้นไม่ได้รองรับการขยายตัวขององค์กรภายภาคหน้า จึงทำให้ต้องมีการสร้างระบบใหม่เพื่อมาต่อเติมระบบเก่าอยู่ตลอดเวลา

2. ปัญหาของระบบเดิม เนื่องจากระบบเดิมมีการสร้างส่วนต่อเติมเพื่อรองรับการขยายงานที่เพิ่มขึ้นขององค์กรจึงทำให้ระบบมีความยุ่งยากในการใช้งาน

จากปัญหาดังกล่าวบริษัท ทีทีไอเอส จำกัด จึงมีความประสงค์ที่จะสร้างระบบใหม่เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการจัดเก็บข้อมูลของระบบ อีกทั้งเพื่อรองรับการขยายงานที่มีอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปจึงได้มีการสร้างระบบ ERP FOR TTIS ขึ้น

ระบบ ERP สำหรับบริษัท ทีทีไอเอส จำกัด จะคำนึงถึง 4 ส่วนใหญ่ๆ ของระบบเท่านั้น คือ ระบบงานขาย ระบบลูกค้า คลังสินค้า และส่วนบริหารระบบ ซึ่งการทำงานทั้ง 4 ส่วนนั้นมีความเชื่อมโยงกันเป็นอย่างเป็นระบบ โดยส่วนบริหารระบบจะเป็นส่วนการกำหนดข้อมูลเบื้องต้นของระบบ เช่น ข้อมูลการวางแผนประจำปีของบริษัท การกำหนดยอดการขาย การเพิ่มข้อมูลส่วนพนักงานใหม่ เป็นต้น ในส่วนระบบลูกค้าจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันระหว่างฝ่ายขายของบริษัทกับลูกค้าโดยตรง ระบบจะทำหน้าที่เก็บข้อมูลรวมถึงการติดต่อและติดตามงานลูกค้าทุกประเภท ซึ่งทำให้สามารถทำการติดตามย้อนหลังของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้พนักงานยังสามารถดึงข้อมูลลูกค้าทุกคนผ่านระบบงานขายเพื่อทำการออกใบเสนอราคา หรือทำการบันทึกติดต่อซื้อขายกับลูกค้าผ่านระบบนี้ได้อีกด้วย อีกทั้งระบบคลังสินค้าสำหรับโครงงานนี้ สามารถทำการบันทึกสินค้าเข้า-ออกคลังและตรวจสอบสินค้าตามจำนวนสินค้าที่ขายโดยนับจำนวนจากสินค้าที่ออกตามใบข้อตกลง ซึ่งนับว่าเป็นการรวมทุกส่วนเข้าด้วยกันผ่านระบบ ERP

สรุปผล

สำหรับบริษัท ทีทีไอเอส นี้ ได้จัดทำระบบ ERP ขึ้นใหม่ ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลลูกค้า งานขาย และคลังสินค้า โดยพัฒนาจากระบบเดิมที่ทางบริษัทใช้งานอยู่ แต่เนื่องจากระบบเดิมที่บริษัทใช้อยู่ มีการใช้งานที่ยากซับซ้อน มีการเก็บข้อมูลทับซ้อน และทำงานได้ช้า จึงได้นำ ERP ระบบใหม่เข้ามาใช้งาน ตามความต้องการของบริษัท

หลังการนำระบบ ERP มาใช้ พบว่าสามารถใช้งานเป็นไปตามความต้องการของลูกค้า สามารถลดความซ้ำซ้อนของการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลได้ พนักงานสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และผู้ใช้สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายในกระบวนการทำงาน รวมถึงการประมวลผลเร็วกว่าระบบเดิม

ข้อมูลอ้างอิง

http://erpeau.blogspot.com/2012/09/erp_8966.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s