ASSIGNMENT#3

หลักการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

1.ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

2.ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อื่น 

3.ไม่ควรโอนเงินให้ใครอย่างเด็ดขาด นอกจากจะเป็นญาติสนิทที่เชื่อใจได้จริงๆ

4.ไม่ออกไปพบเพื่อนที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต เว้นเสียแต่ว่าได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ผู้ปกครอง และควรมี ผู้ใหญ่หรือเพื่อนไปด้วยหลายๆ คน เพื่อป้องกันการลักพาตัว หรือการกระทำมิดีมิร้ายต่างๆ

5.ระมัดระวังการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต 

6.ไม่เผลอบันทึกยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ

7. การใช้โปรแกรม MSN อย่างปลอดภัย 

8.ระวังการใช้กล้องเว็บแคม

9.ไม่ควรบันทึกภาพวิดีโอ หรือเสียงที่ไมเหมาะสมบนคอมพิวเตอร์ หรือบนมือถือ

10.จัดการกับ Junk Mail จังค์ เมล์ หรือ อีเมล์ขยะ

11.จัดการกับแอดแวร์ สปายแวร์ 

12.จัดการกับไวรัสคอมพิวเตอร์ 

13.ใช้ Adult Content Filter ในโปรแกรม P2P

14. เซิร์ชข้อมูลอย่างปลอดภัย ด้วย Google 

15.กรองเว็บไม่เหมาะสมด้วย Content Advisor ในอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอ

อ้างอิงข้อมูลจาก www.icthousekeeper.com

การเปรียญเทียบอิทธิพลของ Social media กับ Traditional media ในยุคปัจจุบัน

Social Media

เป็นการสื่อสารส่งข้อมูลข่าวสารในรูปแบบใหม่ที่มีการสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถสื่อสารได้ 2 ทาง (Two-way Communication)

ตัวอย่าง : E-mail  Facebook/Fanpage  Website  Banner  Youtube

ข้อดี :  สามารถกระจายผู้รับสื่อได้อย่างรวดเร็วจึงประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
ข้อเสีย :  มีข้อจำกัดในเรื่องของเครื่องรับสาร เช่น คอมพิวเตอร์ โดยต้องมีความรู้ในการใช้ด้วย เข้าถึงเป้าหมายได้เฉพาะกลุ่ม

 Traditional media

เป็นการสื่อสารส่งข้อมูลในรูปแบบเดิมที่ไม่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ท ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียว (One-way Communication)

ตัวอย่าง : โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณา

ข้อดี : สามารถกระจายข้อมูลในกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างและสะดวกต่อการเข้าถึงในพื้นที่ทีมีข้อจำกัดในการรับสื่อรูปแบบใหม่
ข้อเสีย : มีต้นทุนสูง ล้าสมัย ล่าช้าและผู้รับสื่อไม่สามารถโต้ตอบกลับได้

                ประเภทของสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค

ในปัจจุบัน  Socail media เข้ามามีอิทธิพลต่อมนุษย์มากยิ่งขึ้น เพราะในยุคนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตใช้กันทุกบ้านsocial media มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเราในทุกๆวัน เช่น – การตื่นเช้ามาอย่างแรกที่จะทำคือการเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเช็ค facebook หรือข่าวสารต่างๆ – การโฆษณาทาง social media มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ – หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในประเทศไทย ให้บริการ News Content และมีเนื้อที่สำหรับการโฆษณาออนไลน์ด้วย หรือจะอ่านหนังสือพิมพ์แบบe-Newspaper      ได้โดยผ่าน Digital Device ต่างๆ -โทรทัศน์ก็สามารุถเข้าไปชมรายการย้อนหลังได้จากเว็บไซต์ช่องต่างๆ เราสามารถเลือกดูรายการที่เราพลาดชม หรือเลือกดูรายการโปรดได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดตอนจบของดอกส้มสีทอง -วิทยุก็กลายเป็นโทรทัศน์หรือเป็นเคเบิลทีวี เราสามารุฟังรายการวิทยุจากเว็บไซต์ หรือชมผ่านโทรทัศน์ก็ได้ ในขณะเดียวกันโทรทัศน์เองก็รายงานข่าวทั้งโทรทัศน์เองด้วยและก็ออกอากาศทางวิทยุ รวมถึงสามารถชมรายการสดๆทางอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย จากตัวอย่างต่างๆพบว่า อัตราการเติบโตใน Social Media มีสูงกว่าสื่อ Traditional Media

วีดีโอที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสื่อเก่า กับสื่อใหม่อย่างน่าสนใจ
                   www.youtube.com

Weblog มีประโยชน์อย่างไรกับแวดวงธุรกิจในปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้ บริษัทชั้นนำต่าง ๆ ของโลก ได้หันมาจับตามอง Blog ซึ่งเป็นรูปแบบของการ Marketing แบบใหม่ เนื่องจาก Blogger จะมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อ่าน Blog สูงมาก เนื่องจากทั้งสองฝ่ายสามารถโต้ตอบกันได้โดยตรง การที่ใช้ Blogมาเป็นเครื่องมือทางการตลาดนั้น อาจเรียกได้ว่าเป็น Buzz

Marketing บางบริษัทอาจเลือกเจ้าของ Blog ให้เป็น presenter ให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง เช่นเสนอสินค้า ให้เจ้าของ Blog นำไปเขียนวิจารณ์หรือเขียนถึงใน Blog ของตนเป็นต้น บางบริษัทใช้ Blog เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสาร หรือ PR ข่าวสารขององค์กร โดยการใช้ Blog เพื่อประกาศข่าวสารนั้น จะดูมีความเป็นกันเองและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างเป็นมิตร เพราะเนื่องจากลูกค้าสามารถฝาก comment หรือสื่อสารกับเจ้าของ Blog ได้ทันที ทำให้บริษัทเอง จะได้ประโยชน์จากคำแนะนำที่ตรงไปตรงมาของลูกค้าอีกด้วย บริษัทชั้นนำต่างเลือกที่จะใช้ Blog มาเป็นเครื่องมือทางการตลาดกันแล้ว โดยบางแห่งใช้ทั้ง Blog อย่างเป็นทางการของบริษัท แถมยังเปิดให้พนักงานได้เขียน Blog ของตนเองอีกด้วย โดยวิธีการนี้นับเป็นการทำการตลาดโดยการสร้างการรับรู้ตราสินค้า (Brand) โดยทางอ้อมอีกด้วย
นอกเหนือจากองค์กรธุรกิจแล้ว บุคคลที่ทำงานคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม สามารถใช้ Blog เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงาน หรือขาย
สินค้าของตนได้อีกด้วยเช่น ช่างภาพ, ศิลปิน, นักออกแบบ, นักเขียน, นักวาดการ์ตูน , ร้านค้า , ฯลฯ

การใช้ Blog ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจ

  • Blog ช่วยให้คุณก้าวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานนั้น ๆ
    โดยคุณสามารถวาง Positioning ตัวเอง หรือบริษัทของคุณให้เป็นผู้นำในสายงานธุรกิจของคุณ
  • ใช้ Blog เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างบริษัทของคุณและลูกค้า
    เว็บบอร์ด อาจไม่ใช่ช่องทางที่ดีที่สุดแล้ว เมื่อ Blog ก้าวเข้ามาแทนที่โดย ให้ความรู้สึกแบบเป็นส่วนตัว และเป็นมิตรกับลูกค้าได้มากกว่า และ Blog นี่เองที่เป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุด ที่คุณจะสามารถสื่อสารและโต้ตอบหรือคุยกับลูกค้าได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถใช้ Blog เพื่อนำเสนอเทคนิคการใช้งานผลิตภัณฑ์ของคุณ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นช่องทางในการรับ feedback จากลูกค้า
  • ใช้ Blog เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างบริษัทของคุณ กับสื่อต่าง ๆ
    เรียกได้ว่าเป็นความฝันของ PR Agency ต่าง ๆ เลยทีเดียวในการสร้างช่องทางหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้สื่อต่าง ๆ เช่นหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ ได้เข้ามาใน Blog ขององค์กร เพื่อเช็คดูว่าคุณมีข่าวใหม่ ๆ อะไรบ้าง เพราะจากเดิมที่สื่อต่าง ๆ จะรอคอยข่าว Press Release จากบริษัทของคุณ อาจจะมีบางสื่อที่ต้องการหาข่าวที่แตกต่างจากสำนักข่าวอื่น ๆ โดยการเข้ามาหาข่าวจาก Blog ของคุณ
  • การใช้ Blog เพื่อประสานงานภายในองค์กร
    ใช้ Blog เป็นที่ทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ เช่นใช้เป็นพื้นที่ให้ทีมงานแต่ละคนของ Project นั้น ๆ เข้ามาทำ Brain Storming หรือ update ความคืบหน้าของโปรเจคท์ โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำ report ต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ แทนการประสานงานต่าง ๆ ด้วยวิธีส่งอีเมล์หากัน ซึ่งการใช้ Blog มาแทนที่การใช้อีเมล์ ทำให้ไม่ต้องมานั่งค้นหาเมล์เก่า ๆ จากในโปรแกรมอย่าง outlook express เพราะ Blog สามารถอ่านบทความย้อนหลังได้ง่าย และสามารถแยกเป็นหมวดหมู่ได้อย่างชัดเจน
  • ใช้ Blog เพื่อบริหารจัดการข้อมูลความรู้ต่าง ๆ
    Blog มีประโยชน์ในทั้งสองทางคือทั้งผู้อ่าน Blog และผู้เขียน Blog โดยปกติแล้ว Blog เป็นช่องทางให้ผู้อ่านสามารถหาข้อมูลต่าง ๆ จาก Blog ของเราได้ง่าย โดยสามารถใช้เป็น knowledge base ภายในองค์กรต่าง ๆ ได้ แต่ในทางกลับกัน ผู้เขียน Blog หรือ Blogger ก็ต้องคอยหาข้อมูลมาเขียน ดังนั้น Blog จึงเปรียบเสมือนเป็นช่องทางการเรียนรู้ ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
  • ใช้ Blog เป็นช่องทางในการหาบุคลากรมาร่วมทำงานด้วย (Recruitment)   ถ้าคุณวางภาพลักษณ์บริษัทของคุณว่าเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจแล้ว ผู้คนที่อยู่ในสายงานธุรกิจเดียวกันกับคุณก็จะให้ความสนใจใน Blog ของคุณด้วย เพราะคนเหล่านั้นก็ต้องการ update ข่าวสารในวงการให้กับตัวเองเหมือนกัน หากคนเหล่านี้เข้ามาโต้ตอบหรือพูดคุยกันใน Blog ของคุณ คุณอาจจะเห็นแววของบุคลากรที่น่าสนใจ และชักชวนเขาเพื่อเข้ามาเสริมศักยภาพให้กับองค์กรของคุณก็เป็นได้
  • ใช้ Blog เพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ หรือไอเดียใหม่ๆ  ด้วยความที่ Blog ดูเป็นกันเอง จึงให้ความรู้สึกที่ไม่เป็นทางการออกมาได้อย่างไม่ขัดเขิน ดังนั้นบริษัทของคุณสามารถเอา feedback ต่าง ๆ ที่กลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้าของคุณ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ เช่น คุณสามารถลองนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ลงไปใน Blog แล้วดูว่าจะมีผู้คนสนใจมาน้อยแค่ไหน หรือว่าให้ feedback กลับมายังไงบ้าง
  • Blogช่วยให้เว็บของคุณอยู่อันดับต้นๆ ใน Search Engine ได้     Google และ Search Engine อื่น ๆ จะให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มีการ update ข้อมูลบ่อย ๆ รวมถึงเว็บที่มีการทำ link ไปหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง หรือเว็บที่มี link เข้ามาหามาก ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น คือสิ่งที่ Blog ช่วยคุณได้ เพราะ Blog ทำให้คุณ update ได้ง่ายแบบทุกวัน และยังทำ link ไปหาเว็บอื่นได้ง่าย และหาก Blog ของคุณน่าสนใจ ก็จะมีคนอ้างถึง Blog ของคุณ หรือทำ link เข้ามาหา Blog คุณได้ ลองพิจารณาถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ดูครับ แล้วเว็บ หรือ Blog ของคุณจะมีโอกาสได้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Search Engine ได้ไม่ยาก

                                   

                                                                                           

 อ้างอิงข้อมูลจาก  http://www.informatics.buu.ac.th

Google Apps คืออะไร มีประโยชน์และการใช้งานอย่างไร

Google Apps คืออะไร

Google Apps เป็น Solution การจัดการข้อมูลทุกชนิดสำหรับ บริษัท, องค์กร, ธุรกิจ, กลุ่ม, ชมรม ของท่าน เพื่อให้ “ข้อมูล” ต่างๆ สามารถ “เข้าถึงได้ง่าย”

(Accessible) และ “คงทนถาวร” (Durability) มากที่สุด ซึ่งภายใน Google Apps นั้น ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่างๆ ภายในดังนี้

  • Google Mail: จัดเก็บ รับ-ส่ง จดหมาย (E-mail) สำหรับองค์กรของท่าน สามารถใช้ Domain ของบริษัทท่านเป็น E-mail ได้ และปลอดภัยจากอีเมลล์
  • Google Calendar: แบ่งปัน นัดหมายส่วนตัวของคนในองค์กร และใช้เป็นปฏิทินกลาง สำหรับแจ้งข้อมูลการเข้าประชุม, กำหนดการส่งของ และอื่นๆ ได้อย่างสร้างสรร
  • Google Docs: แชร์เอกสารทั้ง Word, Excel และ PPT เพื่อให้พนักงานในองค์กรสามารถ อ่านข้อมูล หรือแก้ไข ได้พร้อมๆ กัน แบบ Real-time
  • Google Sites: เว็บเพจกลางสำหรับใช้ภายในบริษัท (Intranet) เพื่อส่งข่าว หรือประกาศสำคัญๆ ต่างๆ หรือ ฐานข้อมูลความรู้ (Knowledge Base) เพื่อให้พนักงานเข้าถึงได้

ประโยชน์ของ Google Apps

  • Ø ประหยัดค่าใช้จ่ายที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

แอปพลิเคชันการส่งข้อความและการทำงานร่วมกันที่ทำงานแบบเว็บของ Google ไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์   หรือซอฟต์แวร์ และต้องการการดูแลระบบน้อยที่สุด สร้างเวลาเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจ

  • Ø พื้นที่เก็บข้อมูลมากกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม 50 เท่า

แต่ละรายจะมีพื้นที่เก็บข้อมูลอีเมล์ขนาด 25 กิกะไบต์ ดังนั้นจึงสามารถเก็บข้อมูลสำคัญและค้นหาได้ทันทีด้วยการค้นหาของ Google ที่มีอยู่ภายในระบบGmail ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถลดเวลาในการจัดการกับกล่องจดหมายของตน และเพิ่มเวลาในการทำงาน คุณลักษณะที่ช่วยประหยัดเวลา ดังเช่น สายข้อมูลของข้อความ ป้ายกำกับข้อความ การค้นหาข้อความอย่างรวดเร็ว และการกรองสแปมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้สามารถทำงานกับอีเมล์ปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Ø การเข้าถึงอีเมล ปฏิทิน และ IM บนโทรศัพท์มือถือ

ด้วยการใช้ตัวเลือกมากมายสำหรับการเข้าถึงข้อมูลขณะเดินทาง พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมี              ประสิทธิภาพด้วย Google Apps แม้ว่าจะไม่อยู่ที่โต๊ะทำงานก็ตามGoogle Apps สนับสนุนการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายในอุปกรณ์ BlackBerry, iPhone, Windows Mobile, Android และโทรศัพท์หลายประเภทที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่า โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

  • Ø รับประกันความน่าเชื่อถือของความพร้อมในการทำงาน 99.9%

รับประกันว่า Google Apps จะมีความพร้อมในการทำงานอย่างน้อย 99.9% ดังนั้นพนักงานของคุณจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้น และจะกังวลใจน้อยลงเกี่ยวกับการหยุดทำงานของระบบการจำลองข้อมูลแบบซิงโครนัส ทำให้ข้อมูลและกิจกรรมของคุณใน Gmail, Google ปฏิทิน, Google เอกสารและ Google Sites มีการเก็บรักษาไว้ในเวลาเดียวกันในศูนย์ข้อมูลที่มีความปลอดภัยหลายแห่ง

  • Ø ความปลอดภัยของข้อมูลและเป็นไปตามข้อกำหนด

ทีมงานรักษาความปลอดภัยข้อมูลของ Google ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกในด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล แอปพลิเคชัน และเครือข่าย มุ่งเน้นที่จะรักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย Google และลูกค้าอื่นๆ จำนวนมากวางใจใช้ระบบนี้กับข้อมูลบริษัทที่มีความสำคัญสูง

  • Ø การควบคุมการดูแลระบบและข้อมูลแบบสมบูรณ

ผู้ดูแลระบบสามารถปรับแต่ง Google Apps ในเชิงลึกเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านเทคนิค ตราสินค้า และธุรกิจของตนได้ ตัวเลือกการผสานรวมจะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อ Google Apps กับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีอยู่ของคุณ

  • Ø การสนับสนุนลูกค้าทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงที่เป็นประโยชน์

ได้แก่ การสนับสนุนทางโทรศัพท์สำหรับปัญหาร้ายแรง การสนับสนุนทางอีเมล์ หรือ การสนับสนุนทางออนไลน์สำหรับการบริการตนเอง

ข้อมูลอ้างอิงจาก http://zolomoe.exteen.com

 

Cloud Computing คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจในปัจจุบัน

Cloud computing     เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายๆ ด้าน แม้ช่วงนี้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมระบบ แต่ถือว่าเป็นการตอบโจทย์ทั้งด้านความต้องการของผู้ใช้และทรัพยากรที่จำกัด เช่น ผู้ใช้งานระบบต้องการพื้นที่ในการเก็บข้อมูล ความเร็วในการประมวลผล และติดต่อลูกค้า Cloud computing จะเข้ามาทำการประมวลผลตามความต้องการทั้งเรื่องของพื้นที่ และสามารถจำกัดความเร็วในการประมวลผลให้ตรงความต้องการของผู้ใช้งานที่ร้อง ขอไป

โดยให้คอมพิวเตอร์ที่ทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงและแบ่งกันประมวลผล ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่ร่วมประมวลผลหลายๆ เครื่องไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน แต่เชื่อมต่อกันผ่านระบบเครือ-ข่ายแบบกริด (Grid) คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลในกลุ่มที่เราเรียกว่า Cloud นี้ อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้มีระบบปฏิบัติการและทรัพยากรเหมือนกัน และหน้าจอของผู้ใช้งาน (User Interface) จะแสดงผลที่รวดเร็วตามความต้องการของระบบที่ร้องขอไป โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ว่า เบื้องหลังนั้นระบบจะทำงานกันอย่างไร)หากมองย้อนกลับไป Cloud computing หรือการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆนั้น เคยผ่านตาเรามาบ้างหรือไม่ ให้พิจารณาที่ Google Application ที่เห็นชัดเจนที่สุดคงจะเป็น Google Earth, Google Maps และ Google Docs ซึ่ง Google Earth หากเรา เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเมื่อไร เราสามารถชมภาพถ่ายดาวเทียมผ่าน Application ตัวนี้ ถัดมา Google Maps เป็น Platform Application ที่อำนวยความสะดวกในเรื่องการค้นหาสถานที่และลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งยังมี Feature ตั้งแต่การหาเส้นทาง หาตำแหน่งพิกัดที่ตั้งขององค์กร หรือสถานที่ที่เราต้องการ สุดท้าย Google Docs เป็น Application ที่จำลองโปรแกรมด้าน Office Platform โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ใดๆ

Application ทั้งหมดทำงานผ่าน Browser ตอบโจทย์ด้าน Cloud computing ได้ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาจัดสรรทรัพยากร ประหยัดงบบริษัทเพราะไม่ต้องหาซอฟต์แวร์ด้าน Office มารองรับ สามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับซอฟต์แวร์ด้าน Office Platform มาตรฐานทีเดียว  หากพิจารณา Google Application ทั้งหลายแล้ว เป็นระบบที่ใหญ่และทำงานหนักพอสมควร แต่เวลาที่ประมวลผลใช้เวลาน้อยนิด ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้งอะไรมากมายนอกจาก Browser มาตรฐานที่เราใช้กันเป็นประจำ ผนวกกับเทคโนโลยี Web 2.0 ทำให้ระบบจัดสรรผู้ใช้งานในปริมาณมาก ไม่เกิดช่องว่างระหว่างการประมวลผล ขยายผู้ใช้งานได้เรื่อยๆ หากเกิดความต้องการในการใช้ระบบหรือที่เรียกว่า Scalability

ข้อดีในส่วนนี้ ทำให้แยกการทำงานของผู้ใช้ และการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ร่วมประมวลผลผ่านเครือข่าย Cloud อย่างชัดเจน การแสดงผลที่ปรากฏจึงดูเสถียรและมีประสิทธิภาพ

Cloud computing จะเป็น Business Model ที่ยอมรับจากหลายบริษัท เพราะนอกจาก Application ที่จำลองการทำงานของซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ (Virtualized) แล้วในต่างประเทศยังมีหลากหลายองค์กรที่พยายามหรือทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการ เสมือน หรือระบบจำลอง Operating System ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่รองรับธุรกิจ

กลุ่มเป้าหมายที่เห็นได้ชัด คือกลุ่มธุรกิจขนาดย่อมที่มีทุนไม่มากนักในการติดตั้งระบบปฏิบัติการ ตัวอย่างการจำลองระบบปฏิบัติการ ที่สามารถยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ดีที่สุด น่าจะเป็น Open Source ตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า EyeOs ซึ่งเป็นระบบ Web Base Operating System ซึ่งมีหน้าจอการทำงานที่ใกล้เคียงระบบปฏิบัติการหลักๆ อย่าง Microsoft Windows หรือ Linux เลยทีเดียว

http://space.daydev.com

ประโยชน์ของ Cloud Computing ที่มีต่อธุรกิจ

1. สะดวกด้วยการเชื่อมโยงผ่านWebsite 
เราสามารถเชื่อมโยงการทำงานกับเพื่อนร่วมงานเราได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย ทุกที่ทุกเวลา ที่สำคัญมี
Innovationใหม่ๆ ให้เราเลือกใช้ได้ทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนและเสียเวลาในการพัฒนาขึ้นมาใช้เอง

2. Cloud Computing ทำให้พนักงานในองค์กรสามารถทำงานเป็นทีมได้เร็ว 
และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทุกคนสามารถพัฒนาและแก้ไขงานบนเอกสารหนึ่งเดียวผ่าน Web browser ย่นย่อระยะเวลางานจากเดิม 1 สัปดาห์ให้เหลือเพียง 15 นาทีได้อย่างไม่น่าเชื่อ

3. Security หรือความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล
มีงานวิจัยพบว่ากว่า 60% ของข้อมูลในองค์กรต่าง ๆ มักหายไป แม้จะมีการ back up ไว้อย่างดี 10 % บ่งบอกว่าการเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์นั้นแท้จริงไม่ปลอดภัย และอีก 66 % บอกว่าคนมักทำ Thumb drive หายอยู่ตลอดเวลา Cloud Computing จึงถือเป็นความปลอดภัยที่เปรียบได้กับการฝากเงินไว้กับธนาคาร โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้เก็บรักษาข้อมูลของเราไว้ ยกตัวอย่างเช่น Google วันนี้มีการ back up ข้อมูลไว้กับ Server ทั่วโลก มีระบบ Firewall ที่แข็งแกร่ง 3-4 ชั้นเพื่อใช้ในการป้องกันและรักษาข้อมูลของลูกค้าเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลจริงๆ

4. การใช้ Cloud Computing ช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจได้อย่างมหาศาล

มีการวิจัยพบว่า หากใช้ Cloud Computing แล้ว ในบางธุรกิจจะสามารถลดต้นทุนได้ถึง 60-80% เพราะกว่า 95% ของเม็ดเงินในองค์กรวันนี้มักต้องถูกจ่ายไปกับการซื้อ Storage เพื่อไว้เก็บรักษาข้อมูลในองค์กร

5. Cloud Computing มี Innovationใหม่ๆ มาให้ได้เลือกใช้เรียกได้ว่าแทบจะทุกวัน 

ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลายในทุกด้าน ล่าสุด Google เน้นเรื่องของนวัตกรรมด้านการแปลภาษา ยกตัวอย่างเช่น ในอนาคตหากผู้ส่งเขียนอีเมลในภาษาหนึ่ง เมื่อถึงผู้รับอีเมลนั้นจะถูกแปลไปเป็นภาษาที่ผู้รับเข้าใจได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในโลกแห่งอนาคตจะเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีจะเชื่อมโยงทุกชาติทุกภาษาให้กลายเป็นหนึ่งเดียว

6. Cloud Computing จะทำให้ user หรือผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลง Feature ด้วยตนเอง

Cloud computing จะทำให้คนใช้เวลาในการทำงานตอนเช้าลดลง เพราะสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้แม้กระทั่งที่บ้านของตัวเอง

ข้อมูลจาก http://apavadee771.blogspot.com

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s